ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล จับมือ ๕ มหาวิทยาลัยในพื้นที่ ดึงงานวิชาการร่วมแก้ปัญหา ๓ จังหวัด

ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล จับมือ ๕ มหาวิทยาลัย ดึงงานวิชาการร่วมแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ชู ๒ งานวิจัยแรก จัดทำค่ายการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมระดับมัธยม-อุดมศึกษา มั่นใจยุติปัญหา เดินหน้าพัฒนาอย่างยั่งยืน เมื่อเวลา ๐๙.๐๐ น. วันอังคารที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ ห้องประชุมศูนย์สันติวิธี พลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เป็นประธานในงานประชุมเตรียมการ เครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันศุกร์ที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๑ ณ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี กับ ๕ มหาวิทยาลัยและสถาบันอาชีวะศึกษาในพื้นที่ ได้แก่ มหาวิทยาลัยฟาฎอนี, มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา, มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์, มหาวิทยาลัยทักษิณ และวิทยาลัยอาชีวะศึกษาใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยผู้เข้าร่วมในการเตรียมการประชุมในครั้งนี้เป็นอธิการบดีและอาจารย์ของแต่ละมหาวิทยาลัย

พลเอก ชินวัฒน์ แม้นเดช ที่ปรึกษาผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เผยว่า เป้าหมายของความร่วมมือทางวิชาการกับสถาบันการศึกษาในพื้นที่ ที่จะมีการลงนามความร่วมมือกัน (MOU) ในเร็วๆนี้ คือเราต้องแก้ปัญหาและยุติปัญหาชายแดนใต้ เพราะนี่คือปัญหาหลักและปัญหาสำคัญ ซึ่งในการแก้ปัญหาก็ได้เน้นในเรื่องของยุทธศาสตร์และปัญญา คือการแก้ไขปัญหาด้านความคิด จัดการความรู้ให้เกิดความเข้าใจระหว่างกัน และเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้เดินทางมาตรวจราชการในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ที่ผ่านมา ท่านได้สั่งการหน่วยงานในพื้นที่ให้มีการบูรณาการกับมหาวิทยาลัย นักวิชาการ อาจารย์ และนักศึกษา เพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนใต้ และหนุนเสริมยุทธศาสตร์การแก้ปัญหาของรัฐบาลในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากในมหาลัยเองมีเยาวชนในสามจังหวัดเข้าไปศึกษาในระดับอุดมศึกษาเป็นจำนวนมาก ทางมหาวิทยาลัยก็จะร่วมกันจัดการความรู้ให้นักศึกษาได้รู้ในสิ่งที่เป็นจริงและหลักการจริง โดยโครงการเริ่มดำเนินการไปแล้วมีการทำชุดความรู้ขึ้นมาสองชุดเป็นงานวิจัยที่ทางมหาวิทยาลัยร่วมมือกัน. งานวิจัยชิ้นแรกคือ ชาติพันธุ์และชาตินิยม มลายูกับการสร้างทัศนคติเชิงบวก ของชนมลายูมุสลิมรุ่นใหม่ในสถาบันอุดมศึกษา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ของ ดร.ไฟซอล หะยีอาวัง และอีกงานวิจัยหนึ่งก็คือ พลวัตของชุมชนสองวิถีภายใต้วาทกรรมชาติพันธุ์ ชาตินิยมมลายูปัตตานีในพื้นที่ ๓จังหวัด เป็นงานวิชาการชิ้นแรกที่เกิดจากคณะกรรมการในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาลและผู้แทนพิเศษของรัฐบาล

โดยนำวิจัยทั้งสองชิ้นนี้มาจัดทำค่ายการเรียนรู้สังคมพหุวัฒนธรรมใน ๒ ระดับ คือในระดับมหาวิทยาลัย และระดับของนักเรียนเพื่อให้เกิด ทัศนคติทั้ง ๒ ระดับ ให้เกิดความอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม ในส่วนของอนาคตกรรมการในเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาการ(MOU) จะมีการจัดทำตำราที่เป็นสื่อการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ สังคมและวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาของระดับประถม มัธยมและในมหาลัย