นายจำนัล ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ร่วมงานฉลองอายุวัฒนมงคล พระเทพศีลวิสุทธิ์

- ชาวนราธิวาสร่วมจัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล ครบ 82 ปี พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดประชุมชลธารา เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส อย่างยิ่งใหญ่ ในขณะที่ชาวไทยพุทธและมุสลิม ทั้งในและต่างประเทศร่วมงานกันอย่างคึกคัก แสดงให้เห็นถึงความรักและสามัคคีของประชาชนทั้ง 2 ศาสนาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ยังคงมีอยู่อย่างเหนียวแน่น

 วันที่ 6 ม.ค. 2563 เวลา 09.30 น. นายจำนัล  เหมือนดำ  ผู้แทนพิเศษของรัฐบาล นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายเอกรัฐ หลีเส็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ตลอดจนหัวหน้าส่วนราชการและพุทธศาสนิกชน เข้าร่วมงานฉลองอายุวัฒนมงคล พระเทพศีลวิสุทธิ์ เจ้าคณะจังหวัดนราธิวาส ครบ 82 ปี และงานพหุวัฒนธรรมสานสัมพันธ์พี่น้องพุทธและมุสลิม ในวันที่ 6-7 มกราคม 2563 ที่วัดประชุมชลธารา อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส 

            กิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การจัดแสดงนิทรรศการประวัติและผลงานของพระเทพศีลวิสุทธิ์ การจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 การจัดพิธีทางพระพุทธศาสนาเจริญพระพุทธมนต์ฉลองอายุวัฒนมงคล กิจกรรมเสวนาสานสัมพันธ์ 2 ศาสนา กิจกรรมอนุรักษ์ภาษาท้องถิ่น (ภาษาเจ๊ะเห) การออกร้านอาหารท้องถิ่นโบราณของกลุ่มแม่บ้านไทยพุทธและไทยมุสลิม กว่า 50 ร้าน ให้ผู้เข้าร่วมงานได้ชมและได้ชิมฟรีตลอดงาน การแสดงมหรสพ นอกจากนี้ พุทธศาสนิกชนจากเมืองคาเมรอน ไฮแลนด์ รัฐปาหัง ประเทศมาเลเซีย ยังได้สนับสนุนดอกไม้ประดับตกแต่งภายในงาน ตกแต่งเป็นจุดแลนมาร์คให้ผู้เข้าร่วมงานได้ถ่ายรูปเช็คอินด้วย

            พระเทพศีลวิสุทธิ์ นอกจากจะเป็นปูชนียบุคคลผู้นำทางศาสนาที่สำคัญในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ท่านยังเป็นผู้มีจิตใจดีงาม มีเมตตา อุปถัมภ์ค้ำชูบุคคลทุกศาสนาเป็นประจำมิได้ขาด จะได้เห็นได้จากภาพที่ถูกเผยแพร่ผ่านสื่อมวลชน หลายครั้งจะเห็นท่านนั่งอยู่ในมัสยิด ช่วยบ้านชาวบ้านที่ยากจน ดูชาวบ้านตกกล้าดำนา ช่วยชาวบ้านขุดดินปลูกต้นไม้ จนกลายเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนา สัญลักษณ์แห่งความเอื้ออาทร ความสามัคคี ซึ่งผู้ที่ได้มีโอกาสมาร่วมงานจะได้เห็นภาพที่เป็นสิ่งดี ๆ น่าประทับใจที่ยังคงมีอยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้..." 

            นายจำนัล เหมือนดำ กล่าวว่า การจัดงานฉลองอายุวัฒนมงคล พระเทพศีลวิสุทธิ์ ได้จัดต่อเนื่องกันมาเป็นระยะเวลากว่า 15 ปี เป็นกิจกรรมพหุวัฒนธรรมที่มีพี่น้องประชาชนทั้งสองศาสนิก พุทธ-อิสลาม มาเข้าร่วมกิจกรรมจำนวนนับพันคน ทั้งในประเทศและประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นการสร้างความเข้าใจและสร้างความผูกพันให้กับพี่น้องทั้งสองศาสนา เป็นแบบอย่างให้กับพื้นที่อื่นสามารถนำไปปรับใช้ เพื่อให้เกิดสันติสุขในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืน