สำนักจุฬาราชมนตรี ประณามกรณีคนร้ายบุกยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตำบลลำพะยา

เรื่อง ขอประณามกรณีคนร้ายบุกยิงจุดตรวจชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน ตำบลลำพะยา อำเภอมืองยะลา จังหวัยะลา
จากกรณีเหตุการณ์การบุกยิงชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บน (ชรบ) ในคืนวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ในพื้นที่ตำบลลำพะยอำเภอเมืองยะลาจังหวัตยะลาเป็นเหตุให้ประชาชนทั้งชายและหญิงเสียชีวิต ๑๕ คน และได้รับบาดเจ็บอีก๕คนที่น้องประชาชนทั่ประทศต่างรู้สึกศร้าสลดกับเหตุกรณ์และความสูญเสียที่เกิดขึ้น สำนักจุฬาราชมนตรีขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อบรรดาญาติของผู้สูญเสียทุกคน และขอประณามการกระทำอันเหี้ยมโหดที่กระทำต่อประชาชนที่อาสามาดูแลความสงบสุขของชุมชน ยิ่งไปกว่านั้น ความรุนแรงได้ทำลายความสัมพันธ์การอยู่ร่วมกันของพี่น้องชาวไทยทั้งพุทธและมุสลิมในพื้นที่และนอกพื้นที่ อย่างมิอาจหลีกเลี่ยงได้ สำนักจุหาราชมนตรีเห็นวการใช้ควมรุนแรงอย่างไร้ขอบเขตเป็นการกระทำที่ไร้มนุษยธรรมและละเมิตกับหลักธรรมคำสอนของทุกศาสนาย่างร้ายแรงและสำหรับศาสนาอิสลามนั้นการมผู้บริสุทธิ์ถือว่เป็นบบใหญ่ดังปรากฏในพระมหดัมภีอัลกอ่นความว่า "แท้จริงผู้ใดฆ่ชีวิตผู้บริสุทธิ์ชีวิตหนึ่งก็ประหนึ่งว่เขาได้ฆ่มนุษย์ทั้งมวลและหากผู้ใดช่วยรักษาชีวิตมนุษย์คบหนึ่ง ก็ประหนึ่งว่าเขาได้รักษาชีวิตมนุษย์ทั้งมวล" (อัลกุรอ่าน ๕:๓๒) ที่ผ่านมา ความรุนแรงได้เกิดขึ้นกับผู้บริสุทธิ์มาอย่างต่อเนื่องอันเนื่องมาจากผู้ก่อเหตุเจตนาให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวมุ่งหวังให้ผลของความรุนแรงกระทบต่อการดำเนินชีวิตอย่างปกติสุขของคนในพื้นที่ และที่สำคัญมุ่งหวังสร้างรอยปริแยกทางความรู้สึกและความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องพุทธและมุสลิมตลอดมา

สำนักจุฬาราชมนตรีจึงขอเรียกร้องให้ประชชนทุกหมู่เหล่าใช้สติในการเผชิญกับปัญหาเช่นนี้
ไม่ตกเป็นเหยื่อของผู้ก่อเหตุที่มุ่งหวังให้เกิดความกลัวในชีวิตประจำวันและทำลายความสัมพันธ์ทางสังคมของผู้คน ทั้งในและนอกพื้นที่และขอความร่วมมือไปยังรัฐบาลและเอกชนทุกภาคส่วนเร่งสร้างความข้าใจต่อประชาชนทุกศาสนา เพื่อให้ตระหนักถึงการรักษาสัมพันธภพอันดีต่อกันและกันเอาไว้ พื่อธำรงสันติสุขและความมั่นคงสืบไป
ทั้งนี้ เพราะไม่มีศาสนาใดสอนให้ชีวิตผู้บริสุทธิ์แต่เป็นการกระทำของคนบางกลุ่มที่มุ่งสร้างความแตกแยก เพื่อผลประโยชน์ฉพาะตนเท่านั้นจึงขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการจับกุมผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกระบวนการทางกฎหมายและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบหอมทั้งให้ความสำคัญกับกระบวนการสันติภาพพื่อหาทางออกจากความรุนแรงที่ยึดเยื้อมายาวนานในจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสนับสนุนการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคประชาสังคมทุกหมู่เหล่ให้เข้มามีสนในการแก้ใขปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ต่อไป...

( สำนักจุฬาราชมนตรี ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ )